TKP HEADLINE

ยุทธการชำราก

 

ยุทธการชำราก

ประมาณเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี เทศบาลตำบลชำรากร่วมกับสมาคมพรานบูรพา (อดีตทหารพรานนาวิกโยธิน) ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ประเพณีสดุดีวีรชนยุทธการบ้านชำราก โดยกิจกรรมประกอบด้วยการวางพวงมาลาสดุดีวีรชนดวงวิญญาณทหารพรานนาวิกโยธิน และทหารนาวิกโยธิน ที่ เสียชีวิตในยุทธการบ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด และตลอดจนอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แด่ดวงวิญญาณ อดีตทหารพรานที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศ ด้านตะวันออกแนวเทือกเขาบรรทัด จากการปฏิบัติการในยุทธการบ้านชำราก โดยมีเหล่าทหาร อดีตทหารส่วนราชการต่างๆในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี ในโอกาสนี้ได้มีการวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานยุทธการบ้านชำราก จากหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ต่อจากนั้น ได้ประกอบพิธีสงฆ์เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้พลีชีพในการรักษาผืนแผ่นดินไทย อ่านเพิ่มเติม

วัดคิรีวิหาร

 

วัดคิรีวิหาร

“วัดท่าเลื่อน” เป็นวัดที่เจ้าอธิการอยู่เจ้าอาวาส ได้ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 27 ปี ต่อมาเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเมืองตราด ได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูรัฐาภิมุกข์และเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดภูเขายวน” เมื่อไทยได้เมืองตราดคืนจากฝรั่งเศสจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดแห่งนี้ใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราชกรมหลวง วชิรญาณวงศ์ ทรงพระทานชื่อให้วัดใหม่เป็น คีรีวิหาร จนถึงปัจจุบัน จากด้านสถาปัตยกรรมที่มีความงดงาม แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้อาจได้รับการอุปถัมภ์จากชาวจีนที่มาค้าขายแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก (พ่อค้าชาวจีนอพยพทางเรือมาที่เมืองตราดตั้งแต่สมัยอยุธยา บ้างอพยพจากอยุธยา กรุงเทพฯ เวียดนาม บ้างก็มาจากมาเลเซีย สิงคโปร์) ด้วยที่ตั้งของวัดอยู่บนภูเขาทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านล่างที่เป็นป่าเขาและทะเล มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เป็นสวนป่าขนาดย่อมๆ มีต้นสักปลูกอย่างเป็นระเบียบ ลักษณะเด่นของวัด คือ การก่อสร้างด้านสถาปัตยกรรมที่มีความงดงาม และมีการผสมผสานศิลปกรรมสมัยใหม่เข้าไว้ด้วย


ลักษณะเด่นของวัด คือ การก่อสร้างด้านสถาปัตยกรรมที่มีความงดงาม และมีการผสมผสานศิลปกรรมสมัยใหม่เข้าไว้ด้วย ศาสนสถานที่สำคัญภายในบริเวณวัดประกอบด้วย อุโบสถหลังใหญ่ ภายในอุโบสถ ผนังเรียบทาสีนวลๆ พระประธานหันพระพักตรไปทางทิศเหนือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก ยอดฉัตรงดงาม และมองดูสะอาดตา งามสง่าไม่รกเรื้อจนเฝือ เบื้องหน้าปูพรมแดงผืนกำลังดี พุทธศาสนิกชนเข้ามากราบไหว้ได้ทุกวัน ข้างๆอุโบสถ เป็นหอระฆังรูปแปลกตา ความสูงของหอระฆัง 3 ชั้น อ่านเพิ่มเติม


กลุ่มเกษตรกรทำประมงชำราก

กลุ่มเกษตรกรทำประมงชำราก

บ้านปลายนา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เดิมชื่อบ้านเตาถ่าน เพราะมีเตาถ่านขนาดใหญ่ จำนวน 3 เตา ของนายทุนจากกรุงเทพฯ ขอสัมปทานป่าชายเลนนำไม้มาเผาถ่านขาย หมู่บ้านนี้เกิดขึ้นได้ เป็นผลจากสงครามยุทธการบ้านชำราก ชาวบ้านหนีภัยลงมาสร้างบ้านอยู่ชั่วคราว พอสงครามสงบไม่มีใครย้ายกลับ เพราะมีที่ทำมาหากินดี ตัดไม้เผาถ่านขายสร้างรายได้และยังสามารถประกอบอาชีพประมงชายฝั่งได้อีกที่ดินก็ไม่ต้องซื้อหาเพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของ จึงมีประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนบ้าน 47 หลังคาเรือน จำนวนประชากร ประมาณ 120 คน อ่านเพิ่มเติม



น้ำตกธานหินดาษ

 

น้ำตกธานหินดาษ

น้ำตกธารหินดาษ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นน้ำตก ขนาดกลาง มี 3 ชั้นมีความสวยงามตามธรรมชาติเป็นที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ และน่าชมอีกแห่งหนึ่ง

ซึ่งกำลังดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวและเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วชั่วคราวที่ 1 (ธารหินดาษ ) โดยได้รับการช่วยเหลือจากเทศบาล ตำบลหนองบอน ดัน น้ำตกธารหินดาษ เป็นแหล่งท่องเที่ยว


ทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2552 มีการพัฒนาถนนเข้าสู่น้ำตกธารหินดาษ บริเวณทางเข้าวัดท่าน้ำล่างเข้าสู่เทือกเขาบรรทัดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นภูเขาสูงและเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดน้ำตก ที่สวยงามบริเวณน้ำตกคลองแก้ว ตำบลบ่อพลอย และน้ำตกธารหินดาษ ตำบลหนองบอน พื้นที่บริเวณแถบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ประกอบกับพื้นที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ฝนตกชุกตลอดทั้งปี

วัดหนองบอน

 

พิพิธภัณฑ์หอวัฒนธรรมนิเทศน์

วัดหนองบอน




หอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดหนองบอน สถานที่ตั้งอยู่ ณ วัดหนองบอน หมู่ ๓ ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จ.ตราด จัดดำเนินการขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยการริเริ่มโครงการจากสำนักงานศึกษาธิการอำเภอบ่อไร่ วัดหนองบอน โดยการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการ ดำเนินการติดต่อกับฝ่ายพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี โดยมีคุณเบญจวรรณ จารุกลัส หัวหน้าฝ่าย ภัณฑารักษ์ ๘ มาเป็นคนดำเนินการ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสภาวัฒนธรรม เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท รวมกับทางวัดอีก ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ดำเนินการแล้วเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีแหล่งศึกษาหาความรู้เรื่องการทำพลอย เพื่อประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของอำเภอบ่อไร่ ในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพื่อเผยแพร่และสืบสานการทำพลอยให้ดำรงสืบไป อ่านเพิ่มเติม

แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

 

ชื่อเรื่อง.....“แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร” อีกหนึ่งอาชีพที่ภูมิใจของชุมชนบ้านคอแล ตำบลหนองบอน....

ชุมชน....บ้านคอแล หมู่ที่ 4 ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด.....




ในช่วงที่วงการเกษตรกรรมตกต่ำจากราคาผลผลิตที่ขาดทุน มากกว่ากำไร ขาดตลาดรองรับผลผลิตหนทางเอาตัวรอดจาก วิกฤตที่ย่ำแย่ทุกขณะ ทำให้เกษตรกรหลายๆคน หันมาให้ความสนใจ ตื่นตัว กับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจะเห็นได้จากผลไม้พืชผักต่าง ๆที่เราทานกันอยู่ถูกเอามาทําเป็นผักอบกรอบ ผลไม้ที่เก็บทานได้นานๆ เช่น การอบแห้ง แช่อิ่ม หรืออาหารเสริม อื่นๆ มากมายแล้วแต่จะใช้นวัตกรรมชนิดใด ทําให้เกษตรกรหลายคนหันมาทดลองทำเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง และขยายผลสู่การเรียนรู้ หรือ รวมกลุ่ม กันมากขึ้น ซึ่งการแปรรูปแต่ละชนิดต้องอาศัย ความรู้หรือ เทคโนโลยีที่แต่ละรายมีเพราะจากการแปรรูปอาจทําให้ผลิตภัณฑ์เกษตรเพิ่มขึ้นเพิ่มมูลค่าสินค้ามีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามชวนซื้อ มากยิ่งขึ้น และสามารถเก็บไว้ได้นานๆ หรือ นอกจากทิ้ง เน่าเสีย ยังนำมาทําเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ ที่มีประโยชน์ อ่านเพิ่มเติม

ประเพณีลอยเรือตะโกชาวชอง บ้านช้างทูน

 

ประเพณีลอยเรือตะโกชาวชอง บ้านช้างทูน

ประเพณีลอยเรือตะโกนับเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ชาวไทยเชื้อสายชองบ้านช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด ซึ่งก่อนจะถึงวันเข้าพรรษา ชาวชอง ก็จะมาร่วมกันประกอบเรือ ตะโก ที่เป็นพาหนะนำ อาหาร เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ที่ลูก ๆ หลาน ๆ จะนำส่งไปยังบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

นายสมชาย เปรื่องเวช ผู้นำชุมชนชาวไทยเชื้อสายชอง ในพื้นที่บ้านช้างทูน เล่าให้ฟังถึงประเพณีลอยเรือตะโก ของชาวชอง ในแต่ละปี จะต้องไปลอกเปลือกไม้ตะโก มาทำตัวเรือ โดยจะไม่ใช้วิธีตัดไม้ จะทำการเลือกต้นตะโก ที่มีสีเปลือกค่อนข้างขาว และลอกออกจากลำต้น ซึ่งลำต้นตะโกที่ถูกลอกออกแล้ว จะเกิดขึ้นใหม่ ทุกๆ 3 ปี และนำเปลือกตะโกมาลนไฟ พร้อมที่จะนำมาประกอบเข้ากับไม้ไผ่ ทำโครงให้เป็นตัวยึด หลังจากที่ประกอบเสร็จแล้ว ก็จะนำเรือไปประกอบพิธี ภายในวัดช้างทูน ให้ลูกหลานชาวชองได้นำเอาสิ่งของ เครื่องใช้ อาหาร ที่บรรพบุรุษของแต่ละครอบครัวชอบ ใส่ลองไปในเรือ และนำไปลอย ซึ่งประเพณีนี้ 1 ปี จะมี 1 ครั้ง ในเทศกาลวันออกพรรษา และยังเชื่อกันอีกว่า หลังจากนำเรือไปลอยลงลำน้ำแล้ว ใครที่ทันเก็บอาหารที่ผ่านพิธีแล้ว มารับประทาน จะป้องกันการเป็นไข้หัวลม หรือไข้หวัด และจะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวชาวบ้านชาวไทยเชื้อสายชองบ้านช้างทูนและประธานกลุ่มนิเวศพิพิธภัณฑ์ชองบ้านช้างทูน พร้อมประชาชนชาวช้างทูนเข้าร่วมพิธีกว่า 500 คน โดยช่วงแรกเป็นการทำบุญ ตักบาตร การทอดผ้าป่าสามัคคี และการถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ การแสดงธรรมวันออกพรรษาจากพระภิกษุสงฆ์วัดช้างทูน หลังเสร็จพิธีทางสงฆ์แล้ว ผู้ร่วมทำบุญวันออกพรรษา ร่วมกันนำข้าวปลาอาหารทั้งอาหารหวานคาว น้ำดื่ม ขนมต่างๆ ตลอดจนดอกไม้ ธูปเทียนและผลไม้ต่างๆ ไปใส่

ลงในเรือตะโก โดยนายสมชาย เปรื่องเวช ประธานกลุ่มนิเวศพิพิธภัณฑ์ชองบ้านช้างทูน ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีทางประเพณีวัฒนธรรมชาวชองเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษเสร็จพิธีแล้ว ผู้ร่วมพิธีนำอาหารคาวหวานที่นำมาเซ่นไหว้ไปรับประทานก่อนจะช่วยกันนำเรือตะโก 2 ลำ ที่นำมาประกอบพิธี ไปลอยลงในคลองช้างทูนให้ไหลล่องไปตามลำน้ำ อ่านเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดตราด. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand